Responsive image

Tuesday, 13 Jan 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


OCEAN LIFE ไทยสมุทร เผยปี 65 มีรายได้จากเบี้ยประกันชีวิต 15,008 ล้านบาท ปี 66 มุ่งโฟกัส Love Your Health ดูแลสุขภาพคนไทยด้วยพลังความรักครบวงจร

Sat 11/03/2566


คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2565 ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID – 19 เริ่มคลี่คลาย ภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว สำหรับ OCEAN LIFE ไทยสมุทร เราไม่หยุดที่จะเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยพลังความรัก ภายใต้แนวคิด LOVE MINDSET เพื่อสนับสนุนให้คนไทยพร้อมรับมือทุกความไม่แน่นอนของชีวิต จนสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่าง ๆ สร้างรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรวมจำนวน 15,008 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และทำกำไรสุทธิที่ 1,215 ล้านบาท พร้อมชูกลยุทธ์ปี 2566 เดินหน้าโฟกัสที่ความสำคัญของการรักสุขภาพ Love Your Health โดยมีเป้าหมายสร้างโลกใหม่ที่ดีขึ้นเพื่อคนรักสุขภาพ “Healthiverse” ตอบรับกระแสความต้องการด้าน Wellness & Prevention ช่วยคนไทยไม่ให้ป่วย ด้วยการส่งเสริมการดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกายใจ พร้อมดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนา Solution ด้านสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และบริการต่าง ๆ ครบวงจร

ปี 2565 เดินหน้าเอาชนะความท้าทายด้วย LOVE MINDSET

ปี 2565 บริษัทยังคงเดินหน้าต่อยอดสโลแกน “รักคือพลังของชีวิต” สู่แนวคิด LOVE MINDSET เพื่อสนับสนุนให้คนไทยพร้อมรับมือทุกความไม่แน่นอนของชีวิต ด้วยความรัก 3 ด้าน คือ รักสุขภาพ (Love Your Health) รักการออมวางแผนการเงิน (Love Your Wealth) และรักษ์โลกช่วยทำให้สังคมดีขึ้น (Love the World) ในขณะเดียวกันได้ใช้พลังความรักสร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ พร้อมดูแลลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และบริการดิจิทัลที่ครอบคลุมครบวงจร ส่งผลให้ในปี 2565 บริษัทสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจ มีรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 15,008 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ จำนวน 2,857 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 4% และมีเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปที่ 12,151 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 2% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ที่ 86% สามารถสร้างการเติบโตที่โดดเด่นในช่องทางดิจิทัลซึ่งตอบโจทย์ยุค Next Normal มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 22% และช่องทางธนาคาร (Bancassurance) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ใช้ความสามารถในการบริหารพอร์ตลงทุน จนสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ถึง 5.04% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิจำนวน 1,215 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28.5 %

ไม่หยุดพัฒนาศักยภาพรอบด้าน สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังคงเดินหน้าใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทย ในขณะเดียวกันได้เล็งเห็นโอกาสจากการที่ประชาชนหันมาสนใจวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น จึงได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมในทุกกลุ่มทุกไลฟ์สไตล์ สนองตอบความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทุกคนพร้อมเผชิญวิกฤตในอนาคต รวมทั้งได้เร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพออนไลน์ (Digital Healthcare Services) ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งก่อนป่วย ระหว่างป่วย และหลังป่วย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้าของเรา ในขณะที่ช่องทางตัวแทนประกันชีวิตเป็นช่องทางหลักของธุรกิจ OCEAN LIFE ไทยสมุทรได้ยกระดับตัวแทนประกันชีวิต สู่ที่ปรึกษาประกันชีวิต ด้วยการอบรมพัฒนาความสามารถอย่างเข้มข้น พร้อมใช้นวัตกรรมสร้างเครื่องมือช่วยขายที่ทันสมัย ใช้งานง่าย ให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง นอกจากนั้นบริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการด้วยความรอบคอบและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable with Love ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก และ 2.แรงผลักดัน 1. Health – ความยั่งยืนด้านสุขภาพ สนับสนุนให้ทุกคนรักสุขภาพ ใช้ชีวิตไม่ประมาท 2. Wealth – ความยั่งยืนทางการเงิน สนับสนุนความรักการออมและวางแผนการเงิน 3. World – ความยั่งยืนของโลกและสังคมที่ดี สนับสนุนการรักษาและดูแลโลก สังคม สิ่งแวดล้อม และมีธรรมาภิบาลตามแนวทาง ESG โดยมี 2 พลังผลักดันสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริง ได้แก่ People, Culture & Partnerships สร้างจิตสำนึกและพันธมิตรในการสร้างความยั่งยืน และ Technology & Innovation - สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนให้เป็นเรื่องง่าย ทำให้ ณ สิ้นปี 2565 OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังคงยืนยันถึงความมั่นคงของบริษัทในการดำเนินธุรกิจด้านประกันชีวิตมากว่า 74 ปี ด้วยสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 98,167 ล้านบาท เงินสำรองประกันชีวิต จำนวน 78,785 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน Capital Adequacy Ratio (CAR) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 435.28% นับว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของธุรกิจประกันชีวิต และสูงกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดที่ 120% ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และคนไทยที่มองประกันชีวิตและประกันสุขภาพเพื่อให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่า

 

ปี 2566 ส่งมอบความรักสุขภาพให้คนไทย ด้วย 8 แนวคิดรักสุขภาพ

ปี 2566 OCEAN LIFE ไทยสมุทร เดินหน้าโฟกัส Love Your Health ให้คนไทยรักสุขภาพ ภายใต้แนวคิด LOVE MINDSET ด้วยการส่งเสริมให้คนไทยดูแลสุขภาพครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคม สิ่งแวดล้อม ครบทุกองค์ประกอบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่มีผลต่อสุขภาพที่ดี พร้อมสร้างความตระหนักรู้ ก่อให้เกิดนวัตกรรม และกิจกรรมที่ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่าย โดยผสานความร่วมมือกับพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำให้คำปรึกษา เพื่อวางแผนให้ใช้ชีวิตโดยไม่ป่วย พร้อมปิดความเสี่ยงด้วยการประกันชีวิต มุ่งลดค่าใช้จ่ายสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 8 แนวคิด โดยมีเป้าหมายสร้างโลกใหม่ที่ดีขึ้นเพื่อคนรักสุขภาพ “Healthiverse”

1.HEALTH Knowledge สื่อสารความรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยรวม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ด้วยความร่วมเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลเครือข่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ

2.HEALTH Products พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ และโรคร้ายแรง ให้มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกกลุ่มทุกระดับ ง่ายสำหรับลูกค้าในการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยลูกค้าในการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตให้ดีได้อย่างยั่งยืน 

3.HEALTH Consultant ยกระดับตัวแทนประกันชีวิต สู่การเป็นที่ปรึกษาประกันชีวิต ด้วยความสามารถในการนำเสนอการวางแผนด้านประกันชีวิตและสุขภาพให้กับคนไทย สอดรับกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงวัย และตามไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งเสริมให้ที่ปรึกษาประกันชีวิตมีความรู้ความเข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีคุณภาพ และตรงต่อความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Needs – Based Selling)

4.HEALTH Innovations ไม่หยุดที่จะพัฒนานวัตกรรมการดูแลสุขภาพครบวงจร เพื่อดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนป่วย ในขณะที่ป่วย และหลังป่วย เพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้า

5.HEALTH E-Services พัฒนาการบริการหลังการขายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อรับบริการจากเราได้เพียงปลายนิ้ว ในทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ โดยล่าสุดได้เปิดตัวกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Policy เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากความคุ้มครองของประกันแบบต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น

6.HEALTH Partners จับมือกับ Health Tech startup และพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศของการบริการสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นในสังคม โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยในระบบบริการสุขภาพ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

7.HEALTH Wellness & Prevention มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิต ที่เสนอประกันสุขภาพในการดูแลสุขภาพลูกค้าในเชิงป้องกันและฟื้นฟู โดยการสนับสนุนการดูแลรักษาร่างกายตั้งแต่ยังไม่ป่วย ด้วยการดูแลตนเองให้ดี ใช้หลักกินดี นอนดี ขยันออกกำลังกาย และไม่เครียด 

8.HEALTH Lifestyle สร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ผ่านเครื่องมือที่ล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการยุคดิจิทัลที่หลายคนต้องการความสะดวกรวดเร็ว โดยเรามี OCEAN CLUB APP เป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพลูกค้าตลอดช่วงชีวิต พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายให้แลกรับ โดยล่าสุดได้จับมือกับ Yes Token เปลี่ยน OCHI Coin ที่สะสมให้เป็นเหรียญคริปโท และร่วมกับ AIS ด้วยการใช้ Ochi Coin โอนเป็น AIS Point

คุณนุสราฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทั้ง 8 แนวคิดดังกล่าว นับเป็นการสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ Sustainable Health ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ Sustainable with Love ซึ่ง OCEAN LIFE ไทยสมุทร ตั้งใจใช้พลังความรักช่วยสร้างโลกแห่งสุขภาพดีให้คนไทย เพื่อให้ทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันพร้อมเผชิญหน้ากับความผันผวน ไม่แน่นอน ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างดีที่สุด”

สนใจร่วมสร้างสุขภาพดีไปกับ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมที่หลากหลาย ผ่านทาง OCEAN CLUB APPLICATION / LINE : @oceanlife / Facebook : Oceanlifepage และเว็บไซต์ www.ocean.co.th  หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0 2207 8888


 


Tags : OCEAN LIFE ไทยสมุทร นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ไทยสมุทรประกันชีวิต ไทยสมุทรเผยรายได้ปี2565 ไทยสมุทรเผยแผนงานปี2566


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

  ธนาคารออมสิน ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 จัดเตรียมของขวัญ เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” ให้แก่ลูกค้าธนาคารด้วยการมอบเงินของขวัญพิเศษรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ที่ใช้บริการสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ และมีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ทั้งนี้ ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) ที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  

11 Jan 2026

...

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งมอบของขวัญวันเด็ก ธ.ก.ส. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย แก้วน้ำสกรีนลาย “ม้านิลมังกร” Limited Edition และกระปุกออมทรัพย์ตราสัญลักษณ์ธนาคาร โดยมอบให้แก่ผู้แทนโรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มุ่งหวังร่วมสร้างความสุข รอยยิ้ม และส่งต่อกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต   นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ดำเนินการเติมเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหา Aging Society โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เทียบเท่ากับการทำงานในเมือง ผ่านโครงการเกษตรธนากร โดยเติมความรู้ทักษะด้านการเกษตรสมัยใหม่ และความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อปูทางไปสู่การเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรในอนาคต นำร่อง 27 โรงเรียนทั่วประเทศ จาก 9 ฝ่ายกิจการสาขาภาค และเตรียมขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร    

11 Jan 2026

...

SME D Bank จัดชุดของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อเอสเอ็มอีไทย สร้างความสุข สนับสนุนธุรกิจเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ได้แก่  1. เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แถมยื่นกู้ภายใน 31 มี.ค. 69 ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ 0.50%  2. เสริมทักษะ เพิ่มรายได้ด้วยตลาดออนไลน์ และ 3.ช่วยแก้หนี้ยั่งยืน คืนความสุข สร้างโอกาสพลิกฟื้นธุรกิจเดินหน้าได้ดีอีกครั้ง   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank จัดชุด “มาตรการของขวัญปีใหม่” ประจำปี 2569 มอบให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจครบวงจร พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.มีทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง มีเงินทุนเพียงพอในการลงทุน ยกระดับ ปรับเปลี่ยน ขับเคลื่อนกิจการได้ต่อเนื่อง เปิดกว้างทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ภาคบริการ รวมถึงธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก   ผ่าน 2 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่ โครงการสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงิน 5,000 ล้านบาท  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 1 ล้านบาท  ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และโครงการสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงิน 15,000 ล้านบาท   เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท   ใช้ บสย.ค้ำประกันร่วมได้  โดยทั้ง 2 โครงการสินเชื่อดังกล่าว เปิดรับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 นอกจากนั้น เพิ่มเติมความพิเศษ  หากยื่นคำขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิพิเศษลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front end Fee) 0.50% ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ 2.มีความรู้ มอบสิทธิ์เข้ารับการพัฒนายกระดับธุรกิจ ในแคมเปญ “Live ปัง ดังทันที!” เปิดโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (https://dx.smebank.co.th/) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569  รับฟรี 500 Point นำไปแลกสิทธิประโยชน์การสนับสนุนเติมความรู้เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย  ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee Lazada และ TikTok Shop เป็นต้น รวมถึง รับสิทธิ์ร่วมโครงการให้ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ (Influencer)   และผู้เชี่ยวชาญ (KOL) รีวิวสินค้าหรือบริการ สร้างการรับรู้สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นอกจากนั้น รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมอบรมพัฒนาความรู้  โดยเฉพาะเน้นด้านทำตลาดออนไลน์ เช่น การผลิต Content และ Live Commerce เป็นต้น 3. มีความสุข แก้หนี้ได้ยั่งยืน ช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร กลุ่มเปราะบาง ประคับประคองลดภาระทางการเงิน สร้างโอกาสเดินหน้าธุรกิจ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ด้วยมาตรการ “3 ลดปลดหนี้” ได้แก่ 1. ลดผ่อน ปรับวงเงินการผ่อนชำระ ตามความสามารถของกิจการ 2. ลดเงินต้น ปรับโครงสร้าง เพิ่มความยืดหยุ่น นําเงินค่างวดแบ่งตัดลดเงินต้น และ 3. ลดดอกเบี้ยค้างชำระผิดนัด เมื่อชำระตามเงื่อนไขของธนาคาร  ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการต่าง ๆ  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น  เว็บไซต์  www.smebank.co.th และ  LINE Official Account : @smedevelopmentbank  เป็นต้น หรือ  สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

04 Jan 2026

...

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ล่าสุด ธนาคารออมสิน ออกชุดมาตรการเฉพาะกิจ ประกาศยกหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษ แก่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกำลังพลหน่วยอื่น ๆ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยการยกหนี้ยังครอบคลุมถึงบัญชีสินเชื่อของทายาท 3 ลำดับ ได้แก่ บิดามารดา คู่สมรส และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ตลอดจนกำลังพลและพลเรือนที่บาดเจ็บจากการสู้รบ เพื่อเชิดชูเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้   ด้านความช่วยเหลือสำหรับผู้อพยพที่ต้องได้รับผลกระทบเพราะเข้าพื้นที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นเหตุให้ต้องขาดรายได้ในช่วงเวลานี้ ธนาคารได้ออก มาตรการพักหนี้โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้สินเชื่อธนาคารออมสินทุกประเภท* ครอบคลุมสินเชื่อองค์กรชุมชน ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เริ่มพักชำระหนี้งวดแรกหลังจากได้รับอนุมัติ เป็นระยะเวลา 3 งวด/เดือน และไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้คงชั้นหนี้เดิมก่อนเข้าร่วมมาตรการ โดยธนาคารจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้กลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ในกรณีสัญญาครบกำหนดแต่ไม่อาจชำระหนี้เงินต้นส่วนที่พักไว้ได้ ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในภายหลัง โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัดซึ่งธนาคารได้จัดทีมงานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้ด้วย และทางแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569     นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะ ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการสนับสนุนภารกิจของศูนย์พักพิง ได้แก่ การมอบถุงยังชีพ “ออมสินห่วงใย” รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และน้ำดื่ม แก่ผู้อพยพ และกำลังพลในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว และจังหวัดตราด รวมมูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท ธนาคารออมสินขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนครอบครัวของทหารกล้าผู้เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตยของประเทศ และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมุ่งหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติในเร็ววัน *หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด  

30 Dec 2025

Banner Banner Banner Banner

Banner
  เทียบจุดแข็งแกร่ง “วิริยะ-ทิพย-กรุงเทพ” ประกันภัย   เมื่อพูดถึงวงการประกันภัย-วินาศภัยเมืองไทย มี 3 บริษัทใหญ่ของวงการและของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็น”ขาใหญ่”หรือขาประจำที่แต่ละปี บริษัททั้ง 3 บริษัท มีกลยุทธ์การตลาด และจุดแข็งที่แตกต่างกันของแต่ละบริษัท และบริษัททั้ง 3 บริษัทนี้กำลังจะแย่งชิงเบี้ยประกันภัยเพื่อเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เมื่อเทียบสัดส่วนในเรื่องยอดขาย และในแง่ของผลกำไร            ในแง่ยอดขายต่อปี          เบอร์ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการทำประกันภัยรถยนต์ ที่มีเบี้ยประกันภัยสูงขายง่าย แต่ละปีสร้างยอดขายได้มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท          เบอร์ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งงานประกันภัย Non Motor ประเภทขนส่งสินค้า Marin รวมทั้งลูกค้าของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทำให้มียอดขายรับประกันภัยตรงอยู่ที่ 31,736.1 ล้านบาทแซงหน้าบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไปเรียบร้อย          เบอร์ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัท ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ สามารถขยายตลาดผ่านพันธมิตรหรือผู้ถือหุ้นได้ง่าย และทำตลาดประกันภัยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐจึงทำให้มีเบี้ยประกันภัยต่อปี มีเบี้ยประกันภัยรวม 22,439 ล้านบาท จะกลับไล่บี้เบอร์ 1และ 2 ได้ต่อไป         ในแง่ผลกำไรต่อปี         เบอร์ 1 คงต้องให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้งานจากหน่วยงานภาครัฐ และมีพันธมิตรที่หลากหลาย ด้วยยอดขายที่สูง และมีการบริหารการลงทุนที่พร้อม เพราะมีธนาคารออมสิน, กบข. , ธนาคารกรุงไทย, ปตท., บางจาก  ทำให้มีผลกำไรมาเป็นอันดับ 1  ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการรับประกันได้ 2,631 ล้านบาท        เบอร์ 2  ต้องยกให้เป็นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ด้วยการรับประกันภัยที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ รวมทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหารเงินลงทุนโดยธนาคารกรุงเทพ ทำให้มีผลกำไรมาเป็นที่ 2 และมีเบี้ยประกันภัยเป็นอันดับที่ 2        เบอร์ 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มียอดขายเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเน้นประกันภัยรถยนต์ยอดขายสูงก็มีความเสี่ยงสูง ผลกำไรน้อย จึงวางไว้เป็นเบอร์ 3 ในด้านผลกำไร                                                 นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ (เอก-วรา)                                               บรรณาธิการบริหาร สื่อ CEO THAILAND  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner