Responsive image

Friday, 17 Jul 2026

Banner

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมด้วยมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ผนึกกำลังกรมกิจการผู้สูงอายุ จัดการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ Care Giver

Mon 13/11/2566


เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มจับมือกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  จัดอบรม โครงการ การอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ Care Giver  หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง  เพื่อจัดฝึกอบรมให้กับประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่สนใจให้มีทักษะความรู้ที่จำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุ ตอบรับสถานการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย

นายสาระ ล่ำซำ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)   กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์  ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง  กับประเทศไทยที่จะต้องท้าทายในหลายด้าน อาทิ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการจัดการทางการเงินและการออม การจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสม การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ และการปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีจำนวนบุคลากรที่มีความรู้และความเข้าใจในการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนขาดการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพในหลายชุมชนและหลายระดับในสังคม  

บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน โดยจัดโครงการสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เน้นการจัดฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีมาตรฐาน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีคุณภาพ และป้องกันปัญหาการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุ ส่งผลให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในสังคมอยู่ในขณะนี้

สำหรับการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น  จำนวน 18 ชั่วโมง เป็นมาตรฐานหลักสูตรกลางของประเทศไทยในการจัดอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุสำหรับสมาชิกในครอบครัว อาสาสมัคร ประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่สนใจ ซึ่งถูกกำหนดโดยคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยหลักสูตรดังกล่าวมีกรมกิจการผู้สูงอายุ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทำหน้าที่ในการกำกับดูแลหลักสูตร โดยเมื่ออบรมผ่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในหลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร สำหรับการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 

โครงการดังกล่าวได้จัดฝึกอบรมให้กับประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่สนใจ รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทักษะความรู้ที่จำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุ อาทิเช่น การจัดการเวลาและการวางแผนทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ ความรู้ทั่วไปของผู้สูงอายุ สิทธิสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ จิตวิทยาการดูแลสุขภาพใจผู้สูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพ การปฐมพยาบาลผู้สูงอายุเบื้องต้น โรคที่พบบ่อยและกลุ่มอาการผู้สูงอายุ อาหารและโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึง ทักษะพื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งหัวข้อการอบรมครอบคลุมในทุกมิติของการดูแลผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ การจัดอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับตัวผู้สูงอายุเอง สมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งอาสาสมัครที่เป็นจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุในชุมชนในด้านของการเพิ่มพูนทักษะความรู้และเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ โดยหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุจะช่วยให้สามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งในด้านของการป้องกัน ส่งเสริม และดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในภาวะปกติและฉุกเฉิน การเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุ การส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการทางสังคม และการสร้างเจตคติที่ดีในการอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุในสังคม เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ลดปัญหาการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิงในระยะยาว และมีความสุขในการดำเนินชีวิต ตลอดจนช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนเข้ามาร่วมรับผิดชอบในการดูแลผู้สูงอายุและสร้างสังคมที่น่าอยู่

การจัดอบรมฯ  ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง รุ่นที่ 1 ซึ่งกรมกิจการผู้สูงอายุ ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุทุกกลุ่มเป้าหมายในสังคม มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ช่วยส่งเสริมการจัดอบรมสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับผู้สูงอายุ

ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนการจัดอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นเบื้องต้น จำนวน 18 ชั่วโมง ในรุ่นต่อไป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  เพื่อขยายโอกาสในการเสริมสร้างทักษะความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชนต่าง ๆ  และพร้อมสร้างความร่วมมือในการรับผิดชอบ
ต่อสังคมร่วมกันของการดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน 

 

และนอกจากนี้บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุขั้นสูง จำนวน 420 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นมาตรฐานทางวิชาชีพ ทำให้เกิดบุคลากรในสาขาอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุ ที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสาขาอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและให้เกิดรายได้ที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับบุคลากรเหล่านี้ รวมทั้งส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่มีถูกต้องและเหมาะสม  โดยจะเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ มีหลักประกันคุณภาพและการได้รับบริการที่เป็นมาตรฐาน

“การจัดฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพทักษะในด้านการดูแลผู้สูงอายุมีประโยชน์เป็นอย่างมากทั้งส่วนบุคคล ครอบครัว และสังคม สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข สุขภาพร่างกายจิตใจแข็งแรง เสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับผู้สูงอายุ นับได้ว่าเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ​ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับบริษัท​ เมืองไทยประกัน​ชีวิต​ จำกัด​ (มหาชน​) และมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ในการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมคุณภาพให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน​ต่อไป”  นายสาระ กล่าวสรุป.

 


Tags : เมืองไทยประกันชีวิต MTL สาระ ล่ำซำ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ Care Giver ย์


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank นำคณะผู้บริหารธนาคาร บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569  

16 Jul 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แคมเปญ “ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท” ได้เข้าสู่การออกรางวัลพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของแคมเปญ รวม 70 ล้านบาท แบ่งเป็นรางวัลละ 10 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล จับรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จึงขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนที่ต้องการเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ รีบซื้อสลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ 2 ปี ทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอป MyMo หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ แคมเปญสลากออมสิน ฉลอง 113 ปี จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ธนาคารออมสิน เพื่อส่งมอบความสุขและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมส่งเสริมวินัยการออมเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าใหม่และผู้ถือสลากเดิมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ ยิ่งซื้อสะสมมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสถูกรางวัล โดยที่ผ่านมาธนาคารได้มอบรางวัลพิเศษในแคมเปญไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 56 รางวัล มูลค่า 43 ล้านบาท กระจายความสุขโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากของผู้โชคดีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับการจับรางวัลครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จะมอบรางวัลใหญ่ที่สุดรวม 70 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดแคมเปญมีเงินรางวัลพิเศษรวมทั้งสิ้น 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ถือสลากยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำงวดปกติตามเงื่อนไขของสลากแต่ละประเภทอีกด้วย สลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ผู้ออมได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามที่ธนาคารกำหนด โดยเงินต้นและดอกเบี้ยได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลทั้งจำนวน และสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลประจำงวดและรางวัลพิเศษที่ธนาคารจัดขึ้นในโอกาสต่าง ๆ ผู้ที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือติดต่อสอบถามที่ GSB Contact Center โทร. 1115

15 Jul 2026

...

ธ.ก.ส. เดินหน้าสนับสนุนการบริหารศาสนสถานทุกศาสนา ควบคู่กับการส่งเสริมการออมเงิน เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษสำหรับวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) เงินฝากบุญสัมพันธ์ และเงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้มีจิตศรัทธาในยุคดิจิทัล เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ สำหรับวัด ศาสนสถานทุกศาสนา ศาสนิกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการศาสนสมบัติภายในวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการออมเงินให้กับบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1) เงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) สำหรับสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร ได้แก่ วัดและศาสนสถานทุกศาสนา โดยต้องสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าวัดโดยตรง เปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 บาท สามารถฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัด ทั้งจำนวนเงินและจำนวนครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้วัดสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อปี ทบเป็นต้นเงินฝาก ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคมและกันยายนของทุกปี 2) เงินฝากบุญสัมพันธ์ สำหรับวัดและศาสนสถานทุกศาสนาที่มีบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) และสมัครใช้บริการ QR ธรรม D (e-Donation) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับการออมเงินของวัด โดยเปิดบัญชีและฝากขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 10,000 บาทขึ้นไป รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษแบบขั้นบันไดตามยอดเงินฝากคงเหลือสิ้นวัน สูงสุด 1% ต่อปี (ยอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี, ตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท รับดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี และยอดเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี) ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ทั้งนี้ เงินฝากบุญสัมพันธ์ วัดจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์ (ผูกบุญ) ทุกสิ้นเดือน   3) เงินฝากบุญสัมพันธ์ Plus (9 เดือน) เงินฝากระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนทันที สำหรับประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับเจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร และกรรมการวัด (ที่มีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส) ของวัดที่เปิดบัญชีเงินฝากบุญสัมพันธ์กับ ธ.ก.ส. แล้ว เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำ เริ่มต้น 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทันที ณ วันที่ฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1% ต่อปี โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากล่วงหน้าให้ทันที โอนเข้าบัญชีคู่โอน ระยะเวลาการฝากเงิน 9 เดือน (นับแบบวันชนวัน) ผลิตภัณฑ์เงินฝากทั้ง 3 โครงการ เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family    

09 Jul 2026

...

“ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการ กบข. คนที่ 8 เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ กบข. ยกระดับลงทุนมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนการลงทุนยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้สมาชิก เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต   นายศรพล ตุลยะเสถียร เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. อย่างเป็นทางการ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีผู้บริหารและพนักงาน กบข. ให้การต้อนรับในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ การเข้ารับตำแหน่งของนายศรพลนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กบข. ในการขับเคลื่อนภารกิจดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านราย ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายศรพลมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน นโยบายเศรษฐกิจ และการบริหารองค์กรการเงิน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กบข. สู่การลงทุนอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการผลักดันบทบาทของ กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก และมีส่วนร่วมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะเดินหน้าต่อยอดบทบาทการดูแลสมาชิกสู่การเป็นพันธมิตรที่เข้าใจสมาชิกในแต่ละช่วงชีวิต โดยใช้ข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการสื่อสารและบริการให้ตรงความต้องการมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม และมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ทั้งนี้ นายศรพล มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รองโฆษกกระทรวงการคลัง รวมถึงเคยร่วมงานที่ฝ่ายบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ด้านการศึกษา นายศรพล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor ระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก University of Michigan, Ann Arbor และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเงินและคณิตศาสตร์ประกันภัย จาก The Wharton School และสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Pennsylvania รวมถึงนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  

05 Jul 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner