Responsive image

Sunday, 22 Feb 2026

หน้าแรก > TECHNOLOGY - AUTO - PROPERTY


ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีใหม่

Sat 21/02/2569


นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story
  • เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)
  • พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต

ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569

 

 

ฮอนด้า ยังครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV - The EXCITING Hybrid 

ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่ 

  • City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback)
  • Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car)
  • HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)

 

ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569

ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

  • การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่

ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ
งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

  • การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)

ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน

การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด

  • การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร

ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย

 

ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026

ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย

ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์:  www.honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

Tags : ฮอนด้า ฮอนด้าออโตโมบิล(ประเทศไทย) Honda HondaBrandStory โคจิอิวานามิ ฮอนด้าเป้ายอดขายปี2569 ยอดขายฮอนด้าปี2568


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

...

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 79 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทฯ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2490 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่องค์กร และส่งต่อกำลังใจให้กับผู้บริหารและพนักงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารความเสี่ยงให้กับสังคมไทย ภายใต้หลัก “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของการดำเนินงาน และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พร้อมกับ สาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของวิริยะประกันภัยทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมใจจัดพิธีทำบุญในช่วงเวลาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง     ในวาระก้าวสู่ปีที่ 79 ของวิริยะประกันภัย นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันวินาศภัยให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคและบริบทความเสี่ยงภัยในแต่ละช่วงเวลา ควบคู่กับการบริหารงานตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” #ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า ที่มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว  

12 Feb 2026

...

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   ภายในพิธี คณะผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเช้าและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พร้อมประกอบพิธีสงฆ์และเจริญพระพุทธมนต์  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาอย่างยาวนาน ณ กรุงเทพประกันชีวิต สำนักงานใหญ่

09 Feb 2026

Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner