Responsive image

Tuesday, 03 Mar 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับมือพันธมิตรหลายภาคส่วน ชวนคนพิการ-ไม่พิการร่วมงาน “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER Know You Can 2026” งานใหญ่ประจำปี 2026

Mon 02/03/2569


บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลัก “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER Know You Can 2026 ” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 พร้อมจับมือพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม, กรมพลศึกษา, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท กล่องดินสอ จำกัด ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่คนพิการและคนไม่พิการ ทำร่วมกันได้ เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนในสังคมได้ออกมาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นการวิ่งเพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม และไม่หวังผลแพ้ชนะ

 

ในวันงานได้รับเกียรติจาก คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (จากซ้ายคนที่ 8) กล่าวเปิดงานต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Inclusion & Diversity) เสมอมา เพราะเราเชื่อว่าทุกคนพึงได้รับสิทธิที่จะได้รับความเสมอภาคการไม่เลือกปฏิบัติ จะด้วยเพศสภาพ ศาสนา เชื้อชาติ อายุ หรือสมรรถภาพทางร่างกาย เป็นต้น พร้อมกันนี้ คุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน อาทิ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ คุณสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นไกด์รันเนอร์ พาคู่วิ่งคนพิการเข้าสู่เส้นชัยร่วมกัน

 

คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย กล่าวว่า “บริษัทฯ ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนกิจกรรม “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER Know You Can”อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและพลังแห่งความเท่าเทียม ที่เปิดโอกาสให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็น อาชีพ เพศ อายุ รวมถึงคนพิการและคนไม่พิการ ที่ได้มาร่วมเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเป็นตัวของตัวเอง ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความสนุกสนาน ความรู้สึกดี ๆ ตลอดระยะทางการร่วมกิจกรรม โดยเป้าหมายของบริษัทฯ ในการจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ “Know You Can” ที่สนับสนุนให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนาอย่างไร้ข้อจำกัด ผ่านการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมนโยบายความเท่าเทียม และความหลากหลาย (Inclusion and Diversity) นอกจากนี้ทาง กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีความห่วงใย พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับทุกคน โดยบริษัทฯ ได้มอบประกันกลุ่มเพื่อคุ้มครองอุบัติเหตุและการเสียชีวิต ให้กับนักวิ่ง ตลอดจนอาสาสมัครทุกคน ตามนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป”

 

 

นายฉัตรชัย อภิบาลพูนผล ประธานกรรมการ มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม กล่าวถึงการจัดงานวิ่งด้วยกันในปีนี้ว่า  “วิ่งด้วยกันปีนี้ เป็นก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ที่ชุมชนหรือสังคมของวิ่งด้วยกันเป็นตัวอย่างของคนพิการและไม่พิการที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ในขณะที่พวกเราได้ออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพไปด้วยกันนั้น พวกเรายังมีความเข้าใจกันมากขึ้น เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งงานใหญ่ประจำปีเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสการรวมตัวกันที่ทุกคนรอคอย เพื่อแสดงพลังของการอยู่ด้วยกันในสังคม นอกจากนี้ในตลอด 11 ปีที่ผ่านมา สมาชิกของเรายังเป็นตัวอย่างในการเข้าร่วมวิ่งฟูลมาราธอน 42 km หรือแม้กระทั่งวิ่ง 100 km เพื่อเป็นการแสดงให้ทุกคนในสังคมเห็นว่า คนพิการก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับทุกคน เรายังมีพื้นที่ออนไลน์อย่าง Facebook Group : วิ่งด้วยกัน ให้ทุกคนได้พูดคุยและชวนกันไปทำกิจกรรมออกกำลังกาย เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมเดียวกัน”

 

 

งาน “วิ่งด้วยกัน RUN2GETHER 2026” กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2026 จัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม  2569 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ สนามศุภชลาศัย และถนนโดยรอบ เป็นงานวิ่งที่ตั้งใจจัดให้คนพิการ และไม่พิการ วิ่งด้วยกัน โดยคนไม่พิการมีโอกาสเป็นไกด์รันเนอร์  คอยวิ่งเคียงข้าง เป็นเพื่อนวิ่งด้วยกันไปตลอดเส้นทาง ในงานแบ่งระยะการวิ่งเป็น 3 ระยะทาง ได้แก่ 10 กิโลเมตร 6 กิโลเมตร และ 2 กิโลเมตร และเช่นเคย ในปีนี้ยังเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล สำหรับการผลิตเหรียญที่ระลึก ที่ตัวเหรียญถูกออกแบบให้สามารถถือต่อกันได้ เพื่อให้นักวิ่งทุกคนสามารถถ่ายภาพยินดีความสำเร็จไปพร้อมกัน งานนี้ได้รับความสนใจจากไกด์รันเนอร์อาสาสมัครทั้งหน้าเก่า และหน้าใหม่ที่มาร่วมบรรยากาศพาคนพิการวิ่งเข้าเส้นชัยไปด้วยกัน มีจำนวนคนพิการ ไกด์รันเนอร์ และอาสาสมัครที่เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้กว่า 1,900 คน  นักวิ่งทุกท่านได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศความอบอุ่น และพร้อมแสดงมิตรภาพที่ดีแก่กันและกัน งานในครั้งนี้ไม่มีการแข่งขันด้านความเร็ว เพราะทุกคนสามารถพิชิตเป้าหมายได้ในแบบของตัวเอง และสามารถร่วมยินดีไปด้วยกันได้ ถือเป็นการสร้างมิตรภาพที่เหนือความแตกต่าง ให้ทุกคนในสังคมเท่าเทียมกัน

ในงานมีผู้พิการทุกประเภทเข้าร่วม คนพิการทางการเห็น คนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย คนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย คนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม คนพิการทางสติปัญญา คนพิการทางการเรียนรู้ และออทิสติก รวมทั้งอาสาสมัคร และผู้ประสานงานส่วนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก ที่มาร่วมกันสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในครั้งนี้

 

นอกจากนั้นทีมผู้จัดงานมีการจัดงาน “วิ่งด้วยกัน - RUN2GETHER” ของนักวิ่งคนพิการ และไกด์รันเนอร์ในจังหวัดอื่นๆ อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และ นครราชสีมา และเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการจัดงานวิ่งด้วยกันในแต่ละเดือน เพื่อให้นักวิ่งคนพิการและไกด์รันเนอร์ ชวนกันออกไปวิ่งเสริมสร้างมิตรภาพและสุขภาพที่ดีต่อไป โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Facebook : วิ่งด้วยกัน Fanpage  Facebook Group : วิ่งด้วยกัน หรือติดต่อ มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม โทร 086-069-5652

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: มูลนิธิด้วยกัน เพื่อคนพิการและสังคม  โทร 086-069-5652 หรือ แผนกสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ติดต่อ กาญจนา อนันตสมบูรณ์ โทร. 093-939-6264
อีเมลKANJANA.ANA@KRUNGTHAI-AXA.CO.TH และ อริสา จันทะชา โทร 084-774-7398 อีเมล ARISA.CHANTACHA@KRUNGTHAI-AXA.CO.TH

 


Tags : กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิต กรุงไทย-แอกซ่า กลุ่มแอกซ่า ณัฐพิสิษฐ์ครุฑครองชัย ชัชชาติสิทธิพันธุ์ วิ่งด้วยกันRUN2GETHER2026 สรัสวดีคุปตพงศ์ กรุงไทย-แอกซ่าประกันชีวิตจัดงานวิ่ง


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี ดังนั้น SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15%    เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (Minimum Loan Rate : MLR) อยู่ที่ 7.050% ต่อปี  อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) อยู่ที่ 7.025% ต่อปี  และ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate : MOR) อยู่ที่ 7.150% ต่อปี     มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป    ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ต่อเนื่อง  ตั้งแต่ปี 2568  สะท้อนความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง  ให้ลดภาระต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม     สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก SME D Bank ยังคงตรึงไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกในการหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้น SME D Bank พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง และยกระดับกิจการ เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” เปิดโอกาสเพื่อผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท  สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”  มุ่งยกระดับพัฒนาศักยภาพธุรกิจ  วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท และ สินเชื่อ “SME Green Productivity” ส่งเสริมก้าวสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่มอบบริการพัฒนาธุรกิจครบวงจร ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้เอสเอ็มอีปรับตัวทางธุรกิจได้ทุกสถานการณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ รับบริการจาก SME D Bank ได้ผ่านทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

01 Mar 2026

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner