Responsive image

Sunday, 01 Mar 2026

หน้าแรก > SOCIETY / ภาพข่าว - สังคม - CSR


เอไอเอ ยกระดับพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ เชื่อมโยงสุขภาพ ความยั่งยืน และความสุข กับงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park

Sat 28/02/2569


เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สองจากซ้าย) ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล (ซ้าย) และ นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส (ขวา) พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กลาง) และ นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) (สองจากขวา) ร่วมเปิดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park เฉลิมฉลองความสำเร็จในพันธกิจการดูแลสุขภาพควบคู่การขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ณ สวนเบญจกิติ


เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรด้านความยั่งยืนอย่าง กรุงเทพมหานคร และศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) จัดงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ณ สวนเบญจกิติ ภายใต้แนวคิดการผสานสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลและร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมดูแลตนเองทุกมิติไปพร้อมกับการดูแลโลก

งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 กับสโลแกน “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ” ซึ่งรณรงค์การทำธุรกรรมแบบไร้กระดาษ โดยเชิญชวนให้ลูกค้าสมัครใช้บริการ e-Document เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Receipt ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน AIA+ เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมและทำถูกต้องตามกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพของโครงการ ตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเมืองสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมในสวนสาธารณะจึงไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนเมืองได้ออกมาพักผ่อนและดูแลสุขภาพกายใจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สวนเบญจกิติถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถประสานธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของคนเมืองได้อย่างลงตัว กรุงเทพมหานครขอขอบคุณ เอไอเอ ที่ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เช่นนี้เพื่อคนเมือง พร้อมทั้งสนับสนุนการเพาะกล้า 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และร่วมกันขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีสุขภาวะที่ดี และยั่งยืนในระยะยาว”

 

นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ เชื่อว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากสิ่งแวดล้อมที่ดี แคมเปญ AIA+ Go Green จึงมุ่งบูรณาการการดูแลสุขภาพกายและใจเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน งาน AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและพลังบวก ชวนทุกคนมามีส่วนร่วมในการดูแลตัวเองและโลกไปพร้อมกัน อีกทั้งเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ปีที่ 2 ซึ่งสามารถลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 1.5 ล้านแผ่นต่อปี และเพาะกล้าเพิ่มอีก 10,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทางกรุงเทพมหานครฯ ตามเป้าหมายที่วางไว้”

 

 

นอกจากกรุงเทพมหานคร และ EEC แล้ว งาน  AIA+ Go Green Festival – Grooving in the Park ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรอื่น ๆ ได้แก่ Layers of emotions, Aura, Absolute Boutique Fitness Studio, FORM Recovery, Yolo, McDonald's และสมิติเวช เปิดโอกาสให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านสุขภาพและความยั่งยืนอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น Yoga in the Park โดย Absolute Boutique Fitness Studio ที่ให้ทุกคนได้ผ่อนคลายร่างกายท่ามกลางธรรมชาติ กิจกรรมเพาะกล้า 100 ต้น เพื่อมอบให้กรุงเทพมหานคร กิจกรรมเชื่อมต่อธรรมชาติผ่านประสบการณ์หลากหลายประสาทสัมผัส กิจกรรมร้อยสร้อยข้อมือจากลูกปัดรีไซเคิล และกิจกรรมบำบัด EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) แบบตัวต่อตัว เพื่อดูแลสุขภาพใจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะร่วมกับแพลตฟอร์มผู้เชี่ยวชาญอย่าง Recycle Day การเลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

 

 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ Go Green Talk เวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองด้านความยั่งยืนจากผู้เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

 

นายจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ เอไอเอ เวลเนส กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในปัจจุบัน คือการใช้ทรัพยากรโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือพลังงาน เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราเห็นปัญหาเหล่านี้ชัดเจนขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในระดับองค์กรและในชีวิตประจำวัน สำหรับ เอไอเอ เรานำดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการลดการใช้ทรัพยากร ผ่านโซลูชันต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม AIA+ ที่ช่วยให้ลูกค้า ตัวแทน และพนักงานเอไอเอ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย แคมเปญ AIA+ Go Green เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในระยะยาว ทั้งต่อผู้ใช้งานและต่อสิ่งแวดล้อม ผมเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เริ่มต้นได้จากทุกคน เพียงเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ เช่น การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือการลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน เมื่อสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งต่อโลกและคุณภาพชีวิตของเราเอง”

 

ด้านพันธมิตรหลักอย่าง นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวว่า “ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทั้งอากาศที่หายใจ น้ำที่ใช้ อาหารที่กิน และขยะที่เราสร้าง หากสิ่งแวดล้อมดี สุขภาพและคุณภาพชีวิตของเราก็ดีตามไปด้วย แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบก็คือชีวิตประจำวันของเราเอง ความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของโลก แต่คือเรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน ซึ่งเริ่มต้นได้จากการปรับความคิด และการลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเลือกสนับสนุนแนวทางและองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”

 

นางสาวอีฟ เครือวิทย์ นักสะกดจิตบำบัด RTT ทางคลินิก และผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR กล่าวว่า “พฤติกรรมของเรา ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยจิตใต้สำนึกที่หล่อหลอมจากอารมณ์ ความเคยชิน และแรงกดดันรอบตัว เมื่อคนเมืองใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เรามักหลุดออกจากการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองและใช้ชีวิตในโหมดอัตโนมัติ โดยไม่ทันสังเกตว่าพฤติกรรมเหล่านั้นส่งผลต่อทั้งใจของเราและสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนจึงเริ่มจากการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด และนิสัยของตัวเอง การลองหยุดเพื่อเชื่อมต่อกับตัวเอง และยอมรับความรู้สึกภายใน ช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอะไรคือความจำเป็นจริง และอะไรคือความต้องการที่เกิดจากความเครียด เมื่อใจสงบและสมดุล เราจะใช้ชีวิตอย่างพอดี เห็นคุณค่าในสิ่งที่มี และลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

 

 

ตลอดทั้งงานยังมีกิจกรรมจากบูธต่าง ๆ ที่ร่วมกันส่งเสริมแนวคิด Go Green เพื่อส่งมอบการเรียนรู้และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงลิปตา ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนเบญจกิติ สานต่อความสนุกของกิจกรรมดนตรีในสวน พร้อมกิจกรรม Lucky Draw* ที่ช่วยเติมสีสันและสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น นับเป็นการหลอมรวมความบันเทิง สุขภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน

 

*หมายเหตุ: รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท

เลขที่ใบอนุญาต 271/2569

 


Tags : เอไอเอ เอไอเอประเทศไทย AIA กลุ่มบริษัทเอไอเอ ชัชชาติสิทธิพันธุ์ นิคฮิลแอดวานี จุฑาภัทรเหล่าธรรมทัศน์ AIA+GoGreenFestival–GroovinginthePark


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กบข. (ผู้บริหารสูงสุด) มีวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คราวละไม่เกิน 4 ปี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 13 มีนาคม 2569  โดยผู้สมัครต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารและการเงิน การคลัง การลงทุน หรือการธนาคาร มีประวัติดำรงตำแหน่งระดับรองผู้บริหารสูงสุดขึ้นไปของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป องค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ในส่วนขององค์กรเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องมีขนาดสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทหรือรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท คุณสมบัติโดยละเอียดเป็นไปตามประกาศ กบข. เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อสรรหาคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ผู้บริหารสูงสุด) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th หรือสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สายงานทรัพยากรบุคคล กบข.” โทร 0 2636 1000 ต่อ 152 ระหว่างเวลา 9.00 น. - 17.00 น. เว้นวันหยุดทำการของ กบข.  

27 Feb 2026

...

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน เพื่อสอดรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการยกระดับช่องทางตัวแทนให้เป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายขายช่องทางตัวแทน โดยคุณมนต์นิดา จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนงาน พัฒนาศักยภาพของฝ่ายขายทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร จะรายงานตรงต่อ คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ทั้งนี้คุณมนต์นิดา เคยดำรงตำแหน่งและบริหารงานทั้งด้านกลยุทธ์ และ Chief Partnership Officer โดยมีส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจประกันกลุ่ม รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรของบริษัทฯ อย่างแข็งแกร่ง  และมีประสบการณ์หลากหลายทั้งในธุรกิจประกัน ธนาคาร ดังนั้นบริษัทฯ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับฝ่ายขายช่องทางตัวแทน เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

25 Feb 2026

...

SME D Bank เดินหน้าภารกิจธนาคารเพื่อการพัฒนา ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บสย. ลุยโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” ปูพรมเสริมแกร่งเอสเอ็มอีให้ก้าวทันการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผ่านการจัดงานในรูปแบบ ONE Stop Service เติมเต็มความรู้การเงิน ใช้ประโยชน์จากภาษี  เพิ่มทักษะขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ และผลักดันเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ  ระหว่างเดือน ก.พ.-ก.ค. 2569 นี้  เปิดกว้างเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น   นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดโครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce”  สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล  ด้วยการเติมความรู้ด้านบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ใช้ประโยชน์ด้านภาษีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถต่อยอดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง ที่สำคัญ สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจาก SME D Bank นำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนธุรกิจได้ตามเป้าหมาย สำหรับโครงการดังกล่าว จัดในรูปแบบ  ONE Stop Service มางานเดียวได้ครบทุกความต้องการ ประกอบด้วย ความรู้บริหารธุรกิจ เช่น Workshop สร้างคลิปวิดีโอสั้น ปั้นแบรนด์สินค้า เพิ่มยอดขายด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งการวางแผนทางการเงิน  จัดทำบัญชีคุณภาพ เป็นต้น  ความรู้ทางภาษี  เช่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน E-Filing การจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มออนไลน์ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษี เป็นต้น และ โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี  คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี จาก SME D Bank เช่น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียวเติบโตยั่งยืน วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท เป็นต้น โดยสามารถใช้กลไก บสย. สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนั้น ผู้ร่วมงานได้สิทธิพิเศษทดลองใช้ระบบบัญชีดิจิทัล มูลค่ากว่า 20,000 บาท ฟรีสูงสุด 3 เดือน  อีกทั้ง ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำแนะนำปรึกษาธุรกิจ และบริการจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM  แนะนำทรัพย์ดี สำหรับขยายช่องทางธุรกิจ       โครงการ “ทุนก็มี ภาษีก็รู้ ก้าวสู่ E-Commerce” กำหนดจัด 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด  ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2569 ได้แก่ ครั้งที่ 1 : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 จ.อุดรธานี , ครั้งที่ 2 : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 จ.ขอนแก่น ,  ครั้งที่ 3 : วันที่ 23 มีนาคม 2569 จ.ยโสธร , ครั้งที่ 4 : วันที่ 25 มีนาคม 2569 จ.นครราชสีมา , ครั้งที่ 5 : วันที่ 22 เมษายน 2569 จ.พังงา , ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 เมษายน 2569 จ.กระบี่ , ครั้งที่ 7 : วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จ.พะเยา , ครั้งที่ 8 : วันที่ 19 มิถุนายน 2569 จ.แพร่ , ครั้งที่ 9 : วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จ.นครนายก และ ครั้งที่ 10 : วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จ.สมุทรปราการ คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 800 ราย   ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598 , 02-265-4961 และ 02-265-4064 หรือ Call Center 1357

17 Feb 2026

...

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม CI 123 Roadshow พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือข่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ ภารกิจพิชิตโรคร้าย และคลาสออกกำลังกายจากผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มั่นคง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่น ทุ่มเท มอบความห่วงใย และสุขภาพที่ดีให้คนไทย โดยรายละเอียดวัน และสถานที่ จัดกิจกรรม มีดังนี้ วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล โคราช วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ สำหรับโครงการคาราวานตรวจสุขภาพทั่วไทย ได้ให้บริการคนไทยทั่วประเทศแล้ว มากกว่า 620,000 ราย และโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159

13 Feb 2026

Banner Banner Banner

Banner
ประกันภัย - ขายตรง - SMEs        สวัสดีครับท่านสมาชิกสื่อออนไลน์ CEO THAILAND และพี่น้องคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ วันนี้ผมขอทำหน้าที่คอลัมนิสต์เขียนบทความในคอลัมน์แทน นายเอกวรพงศ์  อำนวยทรัพย์ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ วันนี้ผมอยากพูดถึงนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจพื้นฐานของธุรกิจไทย และตรงกับเนื้อหาสาระหลักของสื่อ CEO THAILAND นโยบายพรรคพลังเพื่อไทย ตรงกับสิ่งที่สื่อ CEO THAILAND นำเสนอในเนื้อหาหลักของสื่อมาตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเสนอนโยบายของพรรคพลังเพื่อไทยที่จะสนับสนุนหรือผลักดันให้เกิดขึ้น หากพรรคมี ส.ส.ในสภาฯ ทั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  ดังนี้        1.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย เพิ่มค่าลดหย่อนภาษีสำหรับคนทำประกันชีวิตจากเดิม 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท ข้อนี้มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและตัวแทนประกันชีวิตมานาน ถือเป็นการกระตุ้นธุรกิจเพื่อให้คนไทยมีความคุ้มครองที่มากขึ้น 2.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย จัดหาเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนประกันวินาศภัย ในกรณีที่ กองทุนประกันวินาศภัยต้องรับภาระหนี้จากการที่บริษัทประกันวินาศภัยปิดตัวลงหรือถูกสั่งเพิกถอนในอนุญาต ปัจจุบันกองทุนมีภาระหนี้สินอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท      3. พรรคพลังเพื่อไทยมีนโยบายจัดหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม SMEs ธุรกิจเส้นเลือดฝอย ซึ่งยังขาดเงินทุนสนับสนุน ขาดความรู้ในการแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ขาดการตลาด ตรงนี้รัฐสมควรเข้าไปแก้ไข      4.พรรคพลังเพื่อไทย มีนโยบาย ยกระดับธุรกิจขายตรง และยกระดับนักธุรกิจอิสระ(ขายตรง) ที่จริงธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่ปี 2540 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยสนใจธุรกิจขายตรงจนกลายเป็นลูกเมียน้อย ขณะที่นักขายตรงเองขาดเครดิตทางการเงินกับสถาบันการเงิน นี่คือนโยบายพรรคพลังเพื่อไทยที่ผมขอโอกาสใช้คอลัมน์นำเสนอท่านมาในสื่อ CEO THAILAND  ส่วนทุกท่านที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ทุกท่าน กระทั่งคนในธุรกิจประกันภัย ขายตรง และSMEs จะเลือกพรรคใดหรือเลือกผู้สมัครคนใดล้วนเป็นสิทธิ์ที่ทุกท่านตัดสินใจเอาเอง ผมแค่นำเสนอเรื่องนโยบายพรรคที่ตรงกับเนื้อหาสาระของสื่อ CEO THAILAND เท่านั้น!       พูดแบบนายเอกวรพงศ์ (นายแทน)  
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner