Responsive image

Wednesday, 21 Oct 2026

หน้าแรก > INSURANCE / ประกันภัย - ประกันชีวิต


กรุงเทพประกันชีวิตตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านความใส่ใจ เปิดตัวก้าวใหม่ “BLA GoodLife Keeper” ชู Well-Being Ecosystem และตัวแทน “Life Care Partner” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน

Wed 21/10/2569


กรุงเทพประกันชีวิต เผยผลศึกษาวิจัยเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคยุคสังคมอายุยืน พบคนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 78 ปี แต่ต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี พร้อมเปิดตัวก้าวใหม่ภายใต้แนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer ชีวิตดี มีได้ยาวๆ” ยกระดับการดูแลจากการจ่ายความคุ้มครองยามเกิดความเสี่ยง สู่การดูแลเชิงรุก ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยบริการ BLA EveryCare และ BLA Well-Being Ecosystem พร้อมยกระดับตัวแทนสู่ “Life Care Partner” ช่วยวางแผนชีวิตผ่านเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิต” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันตลอดชีพที่คุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ครบจบในกรมธรรม์เดียว

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคไทย พบว่าคนไทยมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 78 ปี แต่ช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีกลับหยุดอยู่ที่ประมาณ 67 ปี ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับภาวะป่วยและสุขภาพไม่ดีในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี นอกจากนี้ งานวิจัยยังสะท้อนถึง 5 ความต้องการสำคัญที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค ได้แก่ ความต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองให้ได้นานที่สุด (Stay Capable) การมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต (Stay in Control) การได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นภาระของคนที่รัก (Stay Protected, Effortlessly) ซึ่งพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% กังวลเรื่องการกลายเป็นภาระครอบครัว การมีความมั่นคงพร้อมรับมือทุกความเสี่ยง (Stay Secured) และการไม่อยากแก่ตัวไปอย่างโดดเดี่ยว (Stay Connected)

นายโชนกล่าวว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมอายุยืนอย่างเต็มรูปแบบจากการที่คนมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทำให้การเตรียมความพร้อมของคนในวันนี้ต้องมองไกลกว่าการวางแผนหลังเกษียณ เพราะยังมีทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบครอบครัว ตลอดจนความต้องการด้านจิตใจและความสัมพันธ์ โจทย์ของการประกันชีวิตในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายกรมธรรม์ แต่คือการออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยืนยาวให้กับคนในสังคม ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กรุงเทพประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพใน 4 ด้าน ได้แก่ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี

 

"โชน โสภณพนิช"  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


“ในวันนี้เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน กรุงเทพประกันชีวิตจึงก้าวสู่ทิศทางใหม่ของการเป็น ‘BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer’ หรือ “ชีวิตดี มีได้ยาว ๆ” โดยขยายการดูแลจากเดิมที่เน้นการปกป้องทางการเงิน ไปสู่การปกป้องขั้นกว่าหรือ Protective Care+ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทั้ง การดูแลเชิงรุกเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ (Proactive Care) การดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค (Preventive Care) และการฟื้นฟูเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว (Restorative Care) พร้อมเพิ่มบริการ GoodLife Care Check-in เพื่อทบทวนแผนชีวิตสม่ำเสมอกับตัวแทนประกันชีวิต” นายโชนกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า

“ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งต่อความคุ้มครองที่หลากหลายและสร้างความสมดุลด้านจิตใจ ผ่านกรมธรรม์ใหม่ ๆ ใน 2 แนวทาง คือ Extension (ยืดความคุ้มครอง) เช่น “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” ประกันโรคร้ายแรงที่เปลี่ยนจากแบบ เจอ-จ่าย-จบ เป็น ‘เจอ จ่าย ไม่จบ’ ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงทางสมองและโรคที่กระทบต่อการดำรงชีวิตระยะยาว* เช่น โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ฯลฯ โดยจ่ายเงินชดเชยต่อเนื่อง 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปี นานสูงสุดถึงอายุ 99 ปี และ Expansion (ขยายความคุ้มครอง) ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นจากการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เช่น “เกนเฟิส เซฟวิ่ง & เฟล็กซี่ แคร์” มอบผลประโยชน์เพิ่มเติมด้านด้านสุขภาวะ (Well-Being) 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกปี “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่รับเงินชดเชยเพิ่มอีก 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง และ รับเงินก้อนหากเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และประกันบำนาญ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ส่งมอบเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 60 ปี และรับเพิ่มอีกปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยจนถึงอายุ 88 ปี และหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง รับเพิ่มอีก 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปีตั้งแต่ปีแรก

ล่าสุด ยังได้เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานทุกอาชีพ โดยมีจุดเด่นคือ ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี รวมโรคร้ายแรง 25 โรค และอุบัติเหตุ 2 ต่อ ไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเวลา 20 ปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 – 5,000,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน หากผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงจะได้รับเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ 2 ต่อ โดยไม่คิดเบี้ยเพิ่มตลอดช่วงชำระเบี้ย 20 ปี คือ รับเพิ่ม 5% จำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีกระดูกหักหรือไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และบาดเจ็บอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ และเพิ่มอีก 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ”

ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า กล่าวว่า “เพราะความคุ้มครองจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวกรุงเทพประกันชีวิต จึงเดินหน้ายกระดับ BLA Well-Being Ecosystem และบริการ BLA EveryCare เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง โดยมีสถิติการใช้บริการเสริมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในกลุ่ม Restorative Care บริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาล (Driving Home) มีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโตขึ้นถึง 38.7% ขณะที่บริการกายภาพบำบัดถึงบ้านพบว่า กายภาพบำบัดรักษาออฟฟิศซินโดรมมีสัดส่วนผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกายภาพบำบัดออกกำลังกายในน้ำ 11% และนวดเปิดท่อน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ 6%

 

"อรนาฎ นชะพงษ์"  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า 


นอกจากนี้ ในด้าน Preventive Care บริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพชั้นนำ เช่น VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลสมิติเวช มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program) อาทิ การวิเคราะห์อายุชีวภาพ การตรวจมวลกระดูกและฮอร์โมนความเครียด ซึ่งจากการมุ่งเน้นให้บริการที่ตรงใจ ส่งผลให้แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีจำนวน New Active Users เติบโตขึ้น 65% YoY และมีคะแนนความพึงพอใจการใช้บริการ (NPS Score) สูงถึง 28.4% โดยลูกค้ามีการใช้สิทธิประโยชน์เฉลี่ยถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน”

ด้าน นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “สำหรับผลงานด้านช่องทางตัวแทน กรุงเทพประกันชีวิตได้ปรับแนวคิดการทำงานของฝ่ายขายจากการเริ่มต้นที่ตัวสินค้ามาเป็นการเริ่มต้นจาก “ชีวิตและเป้าหมายของลูกค้า” พร้อมยกระดับบทบาทตัวแทนสู่ “Life Care Partners (LCP)” ที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและการเตรียมความพร้อมของคนไทยต่อสังคมอายุยืน”

 

"จักรพงศ์ แสงแก้ว"  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน


“เราได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของฝ่ายขายจากการขายกรมธรรม์เป็นรายครั้ง มาร่วมดูแลและบริหารเส้นทางชีวิตหลังเกษียณ (Retirement Journey) ของลูกค้าในระยะยาว โดยสนับสนุนเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิตดี” (The 4 GoodLife Accounts Guide) ให้ตัวแทนนำไปใช้ช่วยลูกค้าสำรวจและวางแผนสมดุลชีวิต 4 ด้าน กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “2X Scale Up Team: Mission to Infinity” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Top 5 ในช่องทางตัวแทนภายในปี 2571” นายจักรพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิต ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อเสริมทักษะด้านการเงินและนวัตกรรม รวมถึงสนับสนุนให้ตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาชีพระดับโลก เช่น MDRT และ GAMA ส่งผลให้บริษัทมีตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ CFP และ AFPT อยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตร “ตัวแทนของความใส่ใจ” และก้าวสู่การเป็น “Life Care Partner” รวมถึงกิจกรรมด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และ Longevity อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

หลักสูตร “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วกว่า 65% ก่อนจะต่อยอดเข้มข้นสู่หลักสูตร “Life Care Partner” ที่มุ่งเน้นองค์ความรู้เรื่อง Longevity และการดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้านครบทั้ง 4 ด้าน โดยกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตร Life Care Partner และได้นำไปใช้ในการทำงาน พบว่ามีอัตราการซื้อซ้ำ (Repurchase Rate) จากลูกค้าเดิมสูงขึ้นถึง 75% ซึ่งสูงกว่าเกือบเท่าตัว และในช่วงเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Life Care Partner มีกรมธรรม์ใหม่ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการปรับบทบาทสู่การเป็น Life Partner สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ดี” นายจักรพงศ์กล่าว

นายโชนกล่าวย้ำว่า “การเตรียมพร้อมด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ นอกเหนือจากการเงินที่ต้องพร้อมและมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิตในระยะยาว การใส่ใจตัวเองในวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่า ก้าวใหม่ของกรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้จะสามารถเติมเต็มการดูแลและเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าและคนไทยทุกคนให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”

หมายเหตุ

  • โปรดศึกษาเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ทั้งนี้ รายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขอย่างสมบูรณ์จะระบุไว้ในกรมธรรม์
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
  • 8 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ ชนิดรุนแรง และ การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

Tags : กรุงเทพประกันชีวิต โชนโสภณพนิช อรนาฎนชะพงษ์ จักรพงศ์แสงแก้ว BLAGoodLifeKeeper กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่


Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ประสบอุทกภัยขยายเป็นวงกว้าง จึงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ธนาคารขอแจ้งผู้ที่อยู่ระหว่างรอรับเงิน โปรดตรวจสอบความพร้อมของบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางบริการของธนาคารที่ผูกบัญชีไว้ เพื่อให้สามารถรับเงินโอนได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการโอนเงินตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ธนาคารโอนจ่ายเงินแล้วกว่า 3 แสนราย รวมวงเงินกว่า 2.4 พันล้านบาท จากกรอบวงเงินช่วยเหลือรวม 4,700 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 สามารถโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบอุทกภัยได้อีก 146,015 ราย วงเงิน 1,124 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดโอนสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาตามข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูการดำรงชีวิตได้โดยเร็ว

16 Oct 2026

...

เอไอเอ ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังลูกค้าและครอบครัวคนไทยทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องและอยู่เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยการออก 3 มาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงิน ได้แก่ 1) ยกเว้นการตรวจสุขภาพ/หนังสือรับรองสุขภาพ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุกรมธรรม์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และสิ้นผลบังคับ โดย เอไอเอ จะยกเว้นการตรวจสุขภาพหรือหนังสือรับรองสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากผู้เอาประกันภัยดำเนินการขอต่ออายุกรมธรรม์หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ภายใน 6 เดือนนับจากวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย 2)ยกเว้นดอกเบี้ยสำหรับกรมธรรม์ที่มีการกู้ชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่มีวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569 และมีการนำมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ชำระเบี้ยประกันภัยในรูปแบบการกู้อัตโนมัติ เอไอเอ จะยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว หากผู้เอาประกันภัยชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนภายใน 6 เดือนนับจากงวดที่มีการกู้อัตโนมัติ 3) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่กรมธรรม์สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย และมีความประสงค์ขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ทดแทนฉบับเดิม เอไอเอ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ใหม่ โดยต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2570   สำหรับมาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อจังหวัดเพิ่มเติมได้จากรายงานสถานการณ์สาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยที่ชำระภายใต้มาตรการดังกล่าวยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่มีการชำระเบี้ยจริง ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือติดต่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน ศูนย์บริการลูกค้าเอไอเอ โทร. 1581 หรือผ่านแอปพลิเคชัน AIA+

09 Oct 2026

...

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออกชุดมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัยตามนโยบายกระทรวงการคลัง ครอบคลุมทั้งการ พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้และให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลัก พร้อมปรับเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติให้ผ่อนปรนมากขึ้น ช่วยประชาชนที่ประสบภัยตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซ่อมบ้าน และฟื้นฟูอาชีพหรือกิจการ เพื่อกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อลดภาระการผ่อนชำระ ให้ลูกหนี้สามารถนำเงินไปดูแลครอบครัวและจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็น ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ตามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดช่วงพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้น 3 งวดที่พักไว้จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญา และเมื่อครบกำหนดพักหนี้ให้กลับมาชำระค่างวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ทั้งนี้ ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์แก่ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ผ่านข้อความ SMS หรือจดหมาย กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ หรือหากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการพักหนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประเภทสินเชื่อที่ธนาคารกำหนด* สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินและซ่อมแซมทรัพย์สินในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุน หรือปรับปรุงซ่อมแซม เช่น สถานประกอบการ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) 0.70% ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 15% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างอาคารทดแทน รวมถึง ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งจำเป็นอื่นที่ได้รับความเสียหาย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อราย แบบมีหลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นใน 6 เดือนแรกและดอกเบี้ย 0% ใน 1 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3 = MRR – 2.865% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 15 ปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท 5.สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูกิจการและเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 – 12 = MLR – 2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไป = MLR ต่อปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   ควบคู่กับมาตรการทางการเงิน ธนาคารออมสินยังเดินหน้าลงพื้นที่ส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” บรรจุอาหาร น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็น โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น มูลนิธิประชาร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเผชิญระดับน้ำสูงและเดินทางลำบาก โดยเฉพาะบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ชุมชนร่มเกล้า 24 ชุมชนลำลูกกา คลอง 2 และชุมชนร่มเย็น รวมถึงขยายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี พร้อมสนับสนุนเรือสำหรับใช้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ปัจจุบันธนาคารส่งมอบถุงออมสินห่วงใยแล้วกว่า 10,000 ชุด คิดเป็นงบประมาณช่วยเหลือรวมกว่า 4.5 ล้านบาท และเตรียมแผนเข้าช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยให้คนไทยทุกคนกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือสอบถาม GSB Contact Center โทร. 1115 *หมายเหตุ : - มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 MLR = 6.025% ต่อปี และ MRR = 6.045% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของธนาคาร  

09 Oct 2026

...

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และนครราชสีมา โดยมาตรการช่วยเหลือมี 3 ข้อ ดังนี้ 1. ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย  ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 (ขยายเพิ่มอีก 60 วัน) 2. ยกเว้นดอกเบี้ย เบี้ยประกันภัย 6 เดือน  กรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติหรือต่ออายุกรมธรรม์ ระหว่างวันที่ 20 กันยายน 2569 - 31 ธันวาคม 2569 3. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์  ที่ชำรุดหรือสูญหาย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หมายเหตุ ยกเว้นประกันชีวิตควบการลงทุน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทฯ ห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ความเดือดร้อนของลูกค้าคือเรื่องที่เราให้ความสำคัญ จึงออกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยให้ลูกค้าคลายกังวล บรรเทาผลกระทบ และช่วยเหลือให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ สำหรับลูกค้าผู้เอาประกันภัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ OCEAN LIFE Contact Center โทร. 1503 อีเมล info@ocean.co.th หรือสาขา OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต นอกจากนี้ยังตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ออนไลน์ผ่านบริการ Ocean Connect ได้ที่ LINE: @oceanlife หรือ Ocean Club Application ./

06 Oct 2026

Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner Banner

Banner
  เปิดแผนงานสื่อ CEO THAILAND ปี 2569-2570 รุกคืบงานวิทยุ - ทีวี - อีเวนต์สื่อ                  สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้ติดตามสื่อออนไลน์ และสื่อในเครือ CEO THAILAND ตลอดมา 21 ปี ช่วงนี้ว่างเว้นจากสนามการเมืองระยะหนึ่ง ผมพอมีเวลากลับมาสานต่องานสื่อสักระยะหนึ่งคือในช่วงปี 2569-2570 จะกลับมาช่วยงานสื่อในฐานะที่ปรึกษา โดยจะยังเน้นในเรื่องสื่อออนไลน์ สื่อทีวี และสื่อวิทยุ และงานอีเวนต์ต่อเนื่องจากสื่อ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผมมีแผนงานของบริษัท เอก-วรา พับลิค รีเรชันส์ จำกัด ในสื่อดังต่อไปนี้คือ                          1. สื่อออนไลน์ CEO THAILAND              2. จัดทำรายการวิทยุ “คลื่นประกันภัย-การเงิน” ทางสถานีวิทยุ 96.25 MHZ (สถานีวิทยุการท่องเที่ยววัฒนธรรม) โครงการจัดทำรายการวิทยุเชิงข่าวสารในแวดวงประกันภัยและการเงิน นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการประกันภัย-ประกันชีวิต  การเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งสินเชื่อ ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ SMEs ออกอากาศทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ เวลา 17.00-18.00 น. ในเดือนสิงหาคม 2569               3. เดือนสิงหาคม 2569 สื่อได้จัดทำรายการทีวี “เรื่องเด่น...ประเด็นดัง” ออนแอร์ออกอากาศทางNBT2 ซึ่งเป็นรายการสดทีวี ที่นำเสนอนโยบายรัฐบาล และวิสัยทัศน์ ของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม บริการสาธารณะและบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสังคม และพี่น้องประชาชน ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 10.00-10.30 น.               4. จัดงานมอบรางวัล “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เดือนธันวาคม 2569 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โครงการรับรางวัล  “สุดยอดผู้บริหาร-องค์กรแห่งปี 2569” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้ผู้บริหารและองค์กรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจเครือข่าย และSMEs ความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลดังกล่าวขึ้น               5. โครงการจัดงานสัมมนา  “ทิศทางธุรกิจประกันภัย-การเงินแห่งปี 2569” ในเดือนธันวาคม 2569เพื่อเป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ-ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชน สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น               6. จัดงาน CSR ณ โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 31 มกราคม 2570 โครงการจัดงานกิจกรรมเพื่อสังคม “CEO THAILAND CSR  OF THE YEAR 2027” เพื่อคืนกำไรสู่สังคมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนในสังคม เป็นการกระตุ้นภาคธุรกิจประกันภัยและการเงิน และความตื่นตัวของชุมชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสื่อมวลชน-ภาคธุรกิจ -ผู้ประกอบการในพื้นที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สื่อ CEO THAILAND จึงได้ร่วมกันจัดงานกิจกรรมดังกล่าวขึ้น T                                                                                                        (นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์)
อ่านต่อ...
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner